เคลือบเซรามิค ฟิล์มใสกันรอย เจอคราบมูลนก อย่าตกใจ

https://youtube.com/shorts/Z0aNtgPjdSo?feature=share ไม่ว่าจะเคลือบเซรามิก ติดฟิล์มใสกันรอย หรือจะไม่ได้เคลือบอะไร เมื่อไปเจอมูลนกจะมีวิธีการจัดการที่ถูกต้องอยู่นะครับ เพื่อนๆหลายคนเจอแล้ว อาจปล่อยปะละเลย ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดี หรือบางคนเจอแล้ว ทุกข์ร้อนใจอยากจะเอาคราบมูลนกออกและทำแบบผิดวิธี ก็จะมีผลเสียตามมาอีก หัวข้อวันนี้จะแนะนำวิธีการที่ถูกต้องให้ครับ ไม่ว่าเราจะเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก ติดฟิล์มใสกันรอยไปแล้ว มูลนกยังไงก็ยังเป็นสิ่งอันตรายอยู่ดี เนื่องจากมูลนกจะมีกรดข้นมีฤทธิ์กัดกร่อน สามารถทำลายชั้นแลคเกอร์ได้เลย ดังนั้น ต่อให้เราติดฟิล์มใสกันรอยแล้วมั่นใจว่าจะไม่โดนชั้นแลคเกอร์แน่ๆ แต่ลืมไปหรือเปล่า ว่าขณะนั้น เราอาศัยความเงาจากฟิล์มใสกันรอยอยู่ และเมื่อชั้นฟิล์มเราถูกมูลนกกัด แล้วเกิดคราบฝังบนฟิล์มมันจะเป็นรอยตำหนิอย่างนั้นไปตลอดจนกว่าเราจะเปลี่ยนฟิล์มชิ้นใหม่ ส่วนเคลือบเซรามิกมันไม่ได้มีความหนาสักเท่าไหร่เลย ดังนั้น มูลนกยังมีความอันตรายอยู่ดี วิธีการง่ายๆ 2 อย่างที่อยากแนะนำเพื่อนๆที่อาจจะไปเจอมูลนกมาคือ เมื่อเจอให้รีบเอาออกโดยเร็วที่สุด ด้วยการล้าง หรือผ้า ทิชชู่ชุบน้ำ ดึงมูลนกออกไปก่อน และถ้ามันทิ้งคราบไว้ ห้ามเอาอะไรไปขยี้มันเด็ดขาเ เพราะมันมีแรงกด มีความคมจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขนแมวลึก เพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก อีกทั้ง คราบมูลนกนั้นก็ไม่ได้หายไปแต่อย่างใด โดยเฉพาะเพื่อนๆที่เป็นลูกค้าที่ร้าน เมื่อเช็ดออกไปแล้ว ทิ้งคราบแบบนี้ สามารถใช้สิทธิ์เครมประกันตามโปรแกรมที่เราได้ออกแบบไว้รองรับเรื่องเหล่านี้ไว้ให้แล้ว สามารถนำรถมาเคลียร์ปัญหาและเคลือบเซรามิกได้ใหม่ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว รอบหน้าเวลาเจอคราบมูลนกก็ไม่ต้องตกใจอีกต่อไป เพราะรู้แล้วว่าแก้ง่ายโดยการนำกลับมาหาเรานั่นเอง

ฟิล์มกันรอย คุ้มกว่าเคลือบแก้วจริงไหม

ฟิล์มกันรอยคุ้มกว่าเคลือบแก้ว จริงหรือไม่? บางทีเราเห็นว่ามีวัสดุมากกว่า น่าจะมองว่ามันคุ้มค่ากว่าเป็นธรรมดา เหมือนฟิล์มใสกันรอยที่ติดทั้งคัน ถ้าราคามันดันไปใกล้เคียงกับการเคลือบแก้วเซรามิค บวกกับการติดตั้งฟิล์มใสกันรอยแนวปะทะ ย่อมเข้าใจไปว่า ถ้าได้ติดทั้งคันน่าจะคุ้มกว่าเป็นธรรมดา จนอาจจะลืมคิดไปว่าความคุ้มค่าจะเกิดได้จากจุดอื่นๆได้ด้วย วันนี้ก็เลยจะเปรียบเทียบโดยยกประเด็นให้เห็นสักสองประเด็น เรื่องแรกคือความเหมาะสมกับการใช้งาน ยังยืนยันคำเดิมว่า รถสีดำหรือสีเข้มอาจไม่เหมาะกับการติดฟิล์มใสกันรอยรอบคัน เพราะมันไม่ต่างกับการเอาพลาสติกไปตากแดดทุกวันๆ แน่นอนถ้านึกภาพตามมันย่อมทำให้ขุ่นหมอง เสื่อมสภาพเร็ว ยิ่งสีเข้ม สีดำ ยิ่งดูดความร้อนเร็ว ยิ่งดูดมลภาวะเร็ว ไม่นับรวมกับพฤติกรรมการดูแลรถเบื้องต้นหากเกิดมลภาวะขึ้นเฉพาะหน้า ถ้าผู้ใช้มักปล่อยให้มลภาวะแห้งคาบ่อยๆ ย่อมทำให้ฟิล์มใสกันรอยที่ติดไปมีความขุ่นหมองได้เร็วยิ่งขึ้น และเมื่อมันซึมเกิน topcoat ของฟิล์มไปแล้ว จะไม่สามารถดึงให้กลับมาเงางามเหมือนเดิมได้ ในขณะที่เคลือบแก้ว เซรามิก สมามารถดึงให้กลับมาเงาในระยาวได้ เป็นต้น ส่วนเรื่องที่สองคือ แม้การเคลือบแก้วเป็นหลักจะดูเหมือนไม่ได้มีวัสดุอะไรมาติดบนรถเรามากมายนัก แต่อย่าลืมถึงความถี่ที่จะเป็นต้นทุนทั้งหมด ตั้งแต่การนัดหมายเข้ามาทุก 6 เดือนที่จะต้องทำซ้ำทำใหม่ ไล่ขั้นตอนตั้งแต่การล้างแบบเต็มระบบ การนำมาขัดให้กลับมาเงาเหมือนเดิม การเคลือบแก้วซ้ำ ไม่เฉพาะสี แต่รวมล้อแมกซ์ ห้องเครื่อง กระจกด้วย ใช้เวลาแทบจะหมดวัน ต้องใช้ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง แรงงาน ช่างฝีมือ ทั้งหมดก็คือวัตถุดิบเช่นกัน แม้ไม่เห็นเป็นวัสดุ แต่มันเป็นการการันตีความเงาให้เราแบบตรงจุดกว่า ดังนั้น ถ้าจะเลือกเคลือบแก้ว เซรามิก … Continue reading ฟิล์มกันรอย คุ้มกว่าเคลือบแก้วจริงไหม

เคลือบแก้ว งบน้อย เลือกยังไง ? 

https://www.youtube.com/watch?v=aqNnJ_PZexs อยากเคลือบแก้ว มีงบน้อย เลือกยังไงดี? เป็นเรื่องการตั้งงบประมาณสำหรับเคลือบแก้ว ถ้าเราตั้งงบประมาณไว้ไม่เยอะ แนะนำให้พิจารณาตามงบประมาณที่ตั้งไว้ และยอมรับข้อเท็จจริง 2 เรื่องหลักๆ ครับ คือ เราอาจจะไม่ได้รับสิ่งที่อยากได้ไปทเสียทั้งหมด และ เราอาจจะต้องปรับตัวในการดูแลรถบ้าง ขยายความก็คือ เมื่อเรามีงบประมาณสำหรับทำเคลือบแก้ว หรือจะเรียกว่าเคลือบเซรามิกก็แล้วแต่ ไม่มาก และลักษณะการใข้งานอาจไม่ตรงตามงบที่วาง เราอาจจะเลือกบางอย่างให้เด็ดขาดไปเลย เช่น กรณีที่เรามีงบทำเคลือบเซรามิกเกรด ดีๆ เคลือบเซรามิกเกรดดีๆหมายถึง เตรียมผิวดี น้ำยาดี และหลังการขายดี 3 อย่างนี้จะเป็นหลักประกันว่าความเงางามจะไม่มีตก แต่เคลือบแก้วไม่กันสะเก็ดหิน ถ้าไปติดฟิล์มใสกันรอยแนวปะทะ ต้องเพิ่มงบประมาณถ้าไม่พอ ถามว่า จะลดเกรดเคลือบแก้ว เพื่อจะได้ฟิล์มเพิ่มทำได้ไหม คำตอบคือได้ แต่อาจจะกลายเป็นไม่ได้ของดีไปสักอย่าง ถ้าเลือกแบบนี้อาจจะต้องมั่นใจว่ามีเวลาดูแลรถมากพอสมควร ไม่ให้ถูกมลภาวะเล่นงานบ่อยๆหลังจากเคลือบเซรามิกไปแล้ว อย่างนี้เป็นต้น หรือกรณีที่งบได้เคลือบแก้วอย่างเดียว และเน้นราคาถูก เรื่องฟิล์มกันรอยคงต้องตัด และงานหลังการขายคงไม่ได้ดีมากเท่าไหร่นัก ตามข้อมูลที่เคยให้ไว้แล้ว (ดูตอนก่อนหน้า: เคลือบแก้วราคา 2,900 ทำไมถูกจัง 👉    • เคลือบแก้ว 2,900 ทำไมถูกกว่า? เพราะอะไรถึง...  ) ดังนั้น อาจจะต้องปรับตัวดูแลสีรถไม่ให้ถูกมลภาวะเล่นงานบ่อย ไปเรื่อยๆแล้วค่อยมาเคลือบแก้วใหม่หลังจากที่มันดูหมองแล้ว … Continue reading เคลือบแก้ว งบน้อย เลือกยังไง ? 

ขัด เคลือบแก้วบ่อยๆ สีจะบาง จริงหรือไม่ หรือน้ำยาไม่ดี ?

https://www.youtube.com/watch?v=gWcB1MHUbL8 ขัดสี เคลือบแก้ว เซรามิกบ่อยๆ สีจะบาง จริงหรือไม่ พอเราได้ยินคำว่า “ขัด” และ “บ่อย” อาจะทำให้เข้าใจได้ว่า มันจะถูกเฉือนออกไป แล้วพอได้ยินว่าร้านเรามีงานบริการหลังการขายโปรแกรมเคลือบแก้วว่าเรามำการขัดเคลือบให้ใหม่ทุก 6 เดือน แล้วอาจจินตนาการไปว่ามันจะต้องถูกขัดออกเฉือนออกทุกๆครั้ง แล้วสีน่าจะบางลงไปเรื่อยๆหรือไม่ ? ที่หนักไปกว่านั้น ผู้เขียนเคยได้ยินว่า ร้านเคลือบเซรามิกที่อื่น ที่ไม่ได้ขัดเคลือบใหม่ให้ข้อมูลมาว่า จะทำให้สีบางลง จนคิดว่าคงจะต้องมาทำความเข้าใจกับเพื่อนๆให้ถูกต้อง โดยตั้งประเด็นให้เห็นภาพ คือ เราขัดเคลือบแก้วใหม่เพราะอะไร และวิธีการขัดมีแบบไหนบ้าง ตอบข้อแรกเรื่องการขัดเคลือบใหม่ ก็เพื่อแก้ไขปัญหา 2 อย่างคือปัญหาจากมลภาวะ และปัญหาจากริ้วรอย เพื่อให้สีรถของเรากลับมาเงางามเหมือนครั้งแรก ก่อนเคลือบเซรามิกให้ใหม่เพื่อปกป้องให้ดูแลง่ายเหมือนเดิม การจัดชุดขัดจะต้องตรงกับหน้างาน ถ้าปัญหาพวกมลภาวะ หรือแค่ขุ่นหมอง จะขัดแบบชักเงา ซึ่งไม่มีค่าตัด หรือเฉือนไม่ได้ทำให้ชั้นเคลือบแก้วเก่า หรือแลคเกอร์บางลง แต่หากมีริ้วรอยมาด้วย ก็จำเป็นต้องขัดแบบมีค่าตัดหรือเฉือน แต่เพื่อนๆจำเป็นต้องพิจารณาตรงนี้ว่า ริ้วรอยที่เกิดขึ้นนั้นมาจากไหน เพื่อจะได้นำไปใช้ดูแลให้เกิดริ้วรอยเพิ่มขึ้นอีก หรือน้อยลงจะได้ไม่ต้องมาขัดเคลือบใหม่แบบตัดหรือเฉือน ดังนั้น การขัดสี เคลือบแก้วใหม่จะทำให้สีบางลงหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ลักษณะการใช้งานของเพื่อนๆเอง เพราะมันมีวิธีการขัดที่ไม่ทำให้บางลง หรือวิธีที่จะทำให้บางลงได้ แต่การเคลือบให้ใหม่นี่แหละจะช่วยให้แลคเกอร์เรามีชั้นปกป้องริ้วรอยไปให้เสมอ … Continue reading ขัด เคลือบแก้วบ่อยๆ สีจะบาง จริงหรือไม่ หรือน้ำยาไม่ดี ?

ติดฟิล์มกันรอย แต่มีเวลาน้อย จะทำยังไงดี ?

https://www.youtube.com/watch?v=K6jP3A1r13o อยากติดฟิล์มใสกันรอย แต่มีมีเวลาจอดรถนาน เรื่องนี้เข้าใจเพื่อนๆที่กำลังจะรับรถ กังวลเรื่องสะเก็ดหิน อยากติดฟิล์มใสกันรอยรอบคัน แต่ไม่มีเวลาจอดนานในช่วงแรก เพราะจำเป็นต้องใช้รถ เรื่องนี้จริงๆสามารถปรึกษากันได้นะครับ ไม่ใช่เป็นการเร่งงานให้เสร็จเร็วขึ้น แต่เป็นการแบ่งเวลาติดฟิล์มใสกันรอยแบบจัดการตามความเสี่ยง สำหรับคนที่กำลังซื้อรถใหม่ และจำเป็นต้องวิ่งทางไกลพอสมควร มีความเสี่ยงที่จะเจอสะเก็ดหินแน่ๆ โดนมากโดนน้อย ขึ้นอยู่กับความถี่และระยะทางที่วิ่ง ฟิล์มใสกันรอยตอบโจทย์เรื่องนี้จริงๆ แต่เนื่องจากมันเป็นงานฝีมือ นอกจากปกป้องแล้ว เราต้องการความสวยงามควบคู่กันด้วย จึงต้องอาศัยเวลามากถึง 4-5 วัน ไล่ตั้งแต่การเตรียมผิวสวยๆเคลือบเซรามิกก่อน ติดฟิล์มแบบทุกจุด และเคลือบเก็บชิ้นงานอื่นๆ แต่หากเวลาน้อย(ในการจอดครั้งแรก)เราสามารถเลือกติดตั้งตรงจุดเสี่ยงเฉพาะก่อนได้นะครับ เช่น หากมีเวลารอบแรกแค่ 2 วัน เราสามารถขัดเคลือบแก้วทั้งคัน ติดฟิล์มชิ้นใหญ่ๆรอบคันให้เสร็จพอที่จะนำไปใช้ก่อนได้ เพราะสิ่งที่เรากังวลระหว่างการใช้งาน คือสะเก็ดหินตามแนวปะทะ ประกอบด้วย กันชน ฝากระโปรง ไฟหน้า หน้ากระจังแบบนี้เป็นต้น หรือแม้แต่ว่า ครั้งแรกจะมีเวลาให้เราเพียงวันเดียว เพื่อนๆก็สามารถเลือกทำเฉพาะชุดแนวปะทะนี้ไปก่อนได้ เพื่อให้ฟิล์มได้ทำหน้าที่กันสะเก็ดหินแนวปะทะไปก่อน เมื่อจัดวันเวลาได้แล้วค่อยนัดมาติดส่วนที่เหลือ ดังนั้น เพื่อนๆที่กำลังจะรับรถ อยากติดฟิล์มใสกันรอย แต่ไม่มีเวลารวดเดียวสามารถปรึกษาเราเพื่อวลาแผนการติดตั้งได้นะครับ เวลาการติดตั้งควรจะเท่าเดิมเพื่อความประณีต แต่เราสามารถจัดเวลาทำงานให้เหมาะสมขณะใช้งานเบื้องต้นไปก่อนได้ครับ . 🚗 ARMORTH มาตรฐานเดียวกันในทุกขั้นตอน … Continue reading ติดฟิล์มกันรอย แต่มีเวลาน้อย จะทำยังไงดี ?