ไม่ว่าจะเคลือบเซรามิก ติดฟิล์มใสกันรอย หรือจะไม่ได้เคลือบอะไร เมื่อไปเจอมูลนกจะมีวิธีการจัดการที่ถูกต้องอยู่นะครับ เพื่อนๆหลายคนเจอแล้ว อาจปล่อยปะละเลย ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดี หรือบางคนเจอแล้ว ทุกข์ร้อนใจอยากจะเอาคราบมูลนกออกและทำแบบผิดวิธี ก็จะมีผลเสียตามมาอีก หัวข้อวันนี้จะแนะนำวิธีการที่ถูกต้องให้ครับ
ไม่ว่าเราจะเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิก ติดฟิล์มใสกันรอยไปแล้ว มูลนกยังไงก็ยังเป็นสิ่งอันตรายอยู่ดี เนื่องจากมูลนกจะมีกรดข้นมีฤทธิ์กัดกร่อน สามารถทำลายชั้นแลคเกอร์ได้เลย ดังนั้น ต่อให้เราติดฟิล์มใสกันรอยแล้วมั่นใจว่าจะไม่โดนชั้นแลคเกอร์แน่ๆ แต่ลืมไปหรือเปล่า ว่าขณะนั้น เราอาศัยความเงาจากฟิล์มใสกันรอยอยู่ และเมื่อชั้นฟิล์มเราถูกมูลนกกัด แล้วเกิดคราบฝังบนฟิล์มมันจะเป็นรอยตำหนิอย่างนั้นไปตลอดจนกว่าเราจะเปลี่ยนฟิล์มชิ้นใหม่ ส่วนเคลือบเซรามิกมันไม่ได้มีความหนาสักเท่าไหร่เลย ดังนั้น มูลนกยังมีความอันตรายอยู่ดี วิธีการง่ายๆ 2 อย่างที่อยากแนะนำเพื่อนๆที่อาจจะไปเจอมูลนกมาคือ เมื่อเจอให้รีบเอาออกโดยเร็วที่สุด ด้วยการล้าง หรือผ้า ทิชชู่ชุบน้ำ ดึงมูลนกออกไปก่อน และถ้ามันทิ้งคราบไว้ ห้ามเอาอะไรไปขยี้มันเด็ดขาเ เพราะมันมีแรงกด มีความคมจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขนแมวลึก เพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก อีกทั้ง คราบมูลนกนั้นก็ไม่ได้หายไปแต่อย่างใด
โดยเฉพาะเพื่อนๆที่เป็นลูกค้าที่ร้าน เมื่อเช็ดออกไปแล้ว ทิ้งคราบแบบนี้ สามารถใช้สิทธิ์เครมประกันตามโปรแกรมที่เราได้ออกแบบไว้รองรับเรื่องเหล่านี้ไว้ให้แล้ว สามารถนำรถมาเคลียร์ปัญหาและเคลือบเซรามิกได้ใหม่ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว รอบหน้าเวลาเจอคราบมูลนกก็ไม่ต้องตกใจอีกต่อไป เพราะรู้แล้วว่าแก้ง่ายโดยการนำกลับมาหาเรานั่นเอง
