เคลือบเซรามิกติดฟิล์มกันรอย HAVAL H6 2 คัน ก่อนทำ-หลังทำ แตกต่างกันอย่างไร!

เคลือบเซรามิกติดฟิล์มกันรอย HAVAL H6 2 คัน ก่อนทำ-หลังทำ แตกต่างกันอย่างไร! มีทั้งแบบติดฟิล์มกันรอย TPU ทั้ง HAVAL H6 คัน และเคลือบเซรามิก Super Resin รวมถึงติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6 ตามแนวปะทะ เปรียบเทียบก่อนและหลังเคลือบเซรามิกและฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6 ให้เห็นความแตกต่างกันชัด ๆ ไปเลย

ก่อนและหลังปรับผิวส้ม

แต่เดิมรถยนต์ทุกคันไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน สีอ่อนหรือเข้ม เช่น HAVAL H6 ก็ล้วนแต่จะมีผิวส้มขรุขระบนพื้นผิวสีรถมาจากโรงงานทุกคันเหมือน HAVAL H6 สองคันนี้ดังนั้นถ้าหากก่อนการเคลือบเซรามิกหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6 เราทำเพียงขัดเอารอยข่วนแมวออกเพียงเท่านั้นงานเคลือบเซรามิกหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6 ก็จะไม่คมสวยมีมิติเท่ากับการขัดผิวส้มหรือการปรับเคลียร์ขัดผิวส้มก่อนทำการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6 อย่างเต็มระบบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แพ็คเกจไหนหรือเคลือบเซรามิกก็ล้วนจะได้ขัดปรับผิวส้มก่อนการเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ ซึ่งเจ้า HAVAL H6 เมื่อได้รับการขัดปรับผิวส้มก็จะเป็นการลดรอยผิวที่ขรุขระแต่มาจากโรงงานออก โดยจะสามารถเห็นความแตกต่างก่อนและหลังปรับผิวส้มบน HAVAL H6 ได้ชัดเจนแม้จะยังไม่ได้ทำการเคลือบเซรามิกหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ โดยหลังจากการขัดปรับผิวส้มอย่างเต็มระบบเสร็จก็จะทำการฉีดล้างทำความสะอาดก่อนจะทำการเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ HAVAL H6

และสำหรับท่านใดที่ต้องการจะเคลือบเซรามิกหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เหมือนกับ HAVAL H6 แต่อาจจะกำลังสับสนลังเลระหว่างการเคลือบเซรามิกหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เหมือนกับ HAVAL H6 ว่าควรจะเลือกแบบไหน เคลือบเซรามิกอย่างเดียวหรือติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคันเหมือนกับ HAVAL H6 สองคันนี้เรามีเทคนิคแนะนำสำหรับการเลือกระหว่างเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์มาช่วยให้การตัดสินใจ สำหรับท่านใดที่ชอบให้งานลักษณะแบบเน้นรายละเอียดและ Detailing มองงานระยะใกล้ การเคลือบเซรามิกก็ค่อนข้างจะตอบโจทย์มากกว่าเพราะการติดฟิล์มกันรอยยนต์ก็อาจจะมีพื้นผิวที่ไม่เรียบจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เมื่อเทียบกับการเคลือบเซรามิกแม้จะผ่านการปรับผิวส้มมาก่อนหน้าแล้วระหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แต่เมื่อเทียบรายละเอียดระหว่างการเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์บนรถ HAVAL H6 ก็จะสามารถมองเห็นความแตกต่างได้เมื่อโฟกัสงานเคลือบเซรามิกใน Detailing งานเคลือบเซรามิกจะให้งานที่ละเอียดละเอียดมากกว่าเหมือนกันกับ HAVAL H6 แต่สำหรับท่านใดที่ใช้งานรถค่อนข้างหนักเดินทางบ่อยการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ก็จะตอบโจทย์ครอบคลุมมากกว่าในเรื่องของการปกป้องทนแรงกระแทกและสะเก็ดหิน แต่การเคลือบเซรามิกก็อาจจะต้องผสมผสานรวมกันการติดฟิล์มกันรอยตามแนวปะทะเช่นเดียวกันที่อาจจะต้องรับภาระเช่นกันชน ฝากระโปรงเพื่อให้ได้ทั้งความสวยงามจากการเคลือบเซรามิกและการปกป้องจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามแนวปะทะ

การดูแลหลังการขายหลังจากการติดตั้งและบริการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ ในทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เซอร์วิสที่ท่านได้รับก็จะแตกต่างกันไประหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เช่นเดียวกันกับรถ HAVAL H6 การติดฟิล์มกันรอยรถยนต์จะได้รับการเคลียร์มลภาวะออกโดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุงฟิล์มกันรอยรถยนต์โดยตรงเพื่อให้ระบบ Self cleaning ของฟิล์มกันรอยรถยนต์หรือระบบการดูแลรักษาตัวเองของฟิล์มกันรอยรถยนต์และความลื่นจะทำงานเต็มระบบเสมอ ส่วนการเคลือบเซรามิกการดูแลก็จะพิถีพิถันอีกแบบหนึ่งเช่น HAVAL H6 สองคันนี้เพราะการเคลือบเซรามิกบางทีก็อาจจะมีมลภาวะปกคลุมและอาจจะเกิดรอยข่วนแมวได้บ้าง ดังนั้นการดูแลหลังการขายที่ดีที่สุดสำหรับการเคลือบเซรามิกก็คือการเคลียร์มลภาวะปัญหาเก่าออกให้หมดและทำการเคลือบใหม่ ดังนั้นท่านใดที่ชอบรายละเอียดก็จะเหมาะกับการเคลือบเซรามิกและการดูแลหลังการขายแบบนี้เพื่อให้รถยนต์จองท่านยังคงสวย เงางามคมกริบมีมิติอยู่เสมอและใช้เวลากับมันเยอะ ๆ ให้การเคลือบเซรามิกของท่านยังคงสวยเหมือนใหม่เสมอ

Civic FE แรง สปอร์ต ตัวล่าสุด กับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน

Civic FE แรง สปอร์ต ตัวล่าสุด กับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน โดยฟิล์มที่จะนำมาให้ทุกท่านได้ชมการติดตั้งการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ในวันนี้ คือฟิล์มกันรอยรถยนต์ชนิด TPU ฟิล์มกันรอยรถยนต์คุณภาพสูงที่มีความยืดหยุ่นสูง และอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีสำหรับ Civic FE อีกทั้งขั้นตอนการติดตั้งที่เริ่มตั้งแต่การเคลียร์ผิวอย่างเต็มระบบ ทั้งการปรับผิวส้ม และเคลือบเซรามิกระดับพรี่เมี่ยมก่อนการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE มาชมไปพร้อมกันว่าขั้นตอนการเตรียมผิวอย่างเต็มระบบเพื่อเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE ก่อนติดฟิล์มกันรอยรถยนต์จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างมากแค่ไหน จะเงาขึ้นแค่ไหน สวยขึ้นแค่ไหนหลังการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์มาชมไปพร้อมกันกับเจ้า Civie FE!

ก่อนและหลังปรับผิวส้ม

ซึ่งสภาพสีเดิมก่อนจะทำการปรับเคลียร์พื้นผิวเพื่อการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ของเจ้า Civic FE ตัวใหม่นั้นมีพื้นผิวที่ค่อนข้างมีผิวส้มค่อนข้างเยอะและขรุขระ แต่อาจจะน้อยกว่า Civic FC/FK ที่เป็นรุ่นก่อนหน้าซึ่งการที่พื้นผิวรถยนต์เป็นผิวส้มก็จะส่งผลให้สีสันของรถยนต์ค่อนข้างขุ่นหมอง ดูแล้วไม่มีมิติ ดังนั้นจึงต้องมีขั้นตอนการปรับเคลียร์ผิวอย่างเต็มระบบก่อนจะทำการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE ซึ่งการขัดเงา ขัดลบรอยข่วนแมวแบบธรรมดานั้นเทียบกับการขัดผิวส้มจะไม่สามารถส่งผลให้พื้นผิวนั้นดูเงางามมีมิติขึ้นมาได้ Civic FE คันนี้จึงต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่าการปรับผิวส้มก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน เพื่อการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับ Civic FE

นอกจากจะดูแลพื้นผิวภายนอก Civic FE ให้เงางาม สวย มีมิติอย่างเต็มระบบแล้วทั้งการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE การดูแลภายในก็เช่นกัน เราเริ่มดูแลให้ตั้งแต่การดูแลพลาสติกคอนโซน แผงข้าง เบาะหนัง และตรงกลางที่เป็นผ้าอาคันทาร่าของรถ Civic FE ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็จะได้รับการดูแลเคลือบทุกส่วนให้เป็นอย่างดี และพื้นที่ส่วนของเปียโนแบล็คก็จะได้รับการติดฟิล์มให้เช่นกัน หลังจากขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมารถ Civic FE ที่ผ่านการดูแลภายในอย่างครบครัน การปรับพื้นผิวส้มก่อนติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ และเคลือบเซรามิกก็จะพร้อมแล้วสำหรับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์คุณภาพสูงลงไป ซึ่งจะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนบน Civic FE คันนี้ว่าหลังจากขั้นตอนการปรับเคลียร์พื้นผิวก่อนติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นจะเงางามขึ้นมาอย่างชัดเจน ขั้นตอนติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ต่อจากนี้สำหรับ Civic FE ก็จะเป็นกระบวนการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่สไตล์ Car Detailing และการใช้เทคนิคการติดตั้งขั้นสูงด้วยระบบ Software ทันสมัยผสมผสานกับการติดตั้งแบบ Freehand ที่ต้องใช้ช่างที่มากด้วยประสบการณ์

และขั้นตอนการดูแลหลังการขายที่คุณจะได้รับ ซึ่งก็จะมีบริการและเซอร์วิสที่แตกต่างกันใน 6 เดือน – 1 ปี ระหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ เช่นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์จะต้องผ่านการเคลียร์มลภาวะออก โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการบำรุงตัวฟิล์มกันรอยรถยนต์โดยตรง เพื่อให้ระบบ Self Healing หรือระบบการรักษาด้วยตัวเองจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนตืนั้นยังคงทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยในขณะที่การดูแลการเคลือบเซรามิกนั้นจะแตกต่างจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ การเคลือบเซรามิกจะใช้ความพิถีพิถันในอีกรูปแบบนึง เช่นการขัด เนื่องด้วยหลังจากที่ทำการเคลือบเซรามิกไปแล้วก็อาจจะมีมลภาวะมาปกคลุม หรืออาจจะเกิดรอยข่วนแมวได้ ดังนั้นการดูแลหลังการขายของการเคลือบเซรามิกถ้าจะให้ดีก็คือการเคลียร์ปัญหาเก่าออกทั้งหมดแล้วเคลือบใหม่ เก็บรายละเอียดใหม่อีกครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบงานสาย Detailing ให้รายละเอียด

และการตัดสินใจในการที่จะเลือกทั้งการเคลือบเซรามิกเพื่อนความสวยงามหรือการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เพื่อปกป้องสีรถยนต์ บางท่านอาจจะสับสนลังเลระหว่างการเลือกการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคันแบบ Civic FE หรือการเคลือบเซรามิก เรามีเทคนิคดี ๆ ในการเลือกมาช่วยการตัดสินใจของคุณ สำหรับท่านใดที่ชอบงานติดตั้งในลักษณะ Detailing หรือใส่ใจในมิติที่มากกว่าในรายละเอียดเล็ก ๆ งานเคลือบเซรามิกก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนท่านใดที่ต้องใช้งานรถยนต์ค่อนข้างบ่อยและหนัก เช่นขับรถระยะไกล เน้นความเร็ว ต้องรับแรงกระทบบ่อย การติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคันก็จะสามารถตอบโจทย์ได้ดีมากกว่าเหมือน Civic FE คันนี้เพราะการเคลือบเซรามิกนั้นแม้จะให้รายละเอียดในแง่ของความสวยงามแต่ก็ไม่สามารถทนทานต่อแรงกระแทก แรงลม สะเก็ดินได้มากเท่ากับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ ดังนั้นหากจะเคลือบเซรามิกแล้ว ก็ควรมองการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามจุดเสี่ยง แนวปะทะ ที่จะต้องเสี่ยงกับการโดนสะเก็ดหินโดยตรง เช่นบริเวณกันชนหน้า หรือฝากระโปรง การติดตั้งแบบผสมผสานก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของท่านได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นการเลือกระหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ก็อาจจะต้องมีปัจจัยในการตัดสินใจมากขึ้นแล้วแต่ว่าท่านชอบงานติดตั้งสไตล์ไหน การเคลือบเซรามิกหรือการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ แบบไหนที่รถยนต์ของท่านต้องใช้งานแบบไหน ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ใช้รถยนต์ค่อนข้างบ่อย ต้องจอดตากแดดค่อนข้างนานหรือไหม ใช้รถสีอะไร โทนทึบหรือสว่าง ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการที่จะตัดสินเลือกการดูแลรถยนต์ที่เหมาะกับท่านโดยเฉพาะ สามารถติดต่อ ปรึกษาเพื่อเลือกสไตล์ และแพ็คเกจที่จะถูกใจและเหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

เคลือบเซรามิก VS ฟิล์มกันรอยรถยนต์?เลือกแบบไหนดี

เคลือบเซรามิก VS ฟิล์มกันรอยรถยนต์?เลือกแบบไหนดี

เคลือบเซรามิก เคลือบแก้ว หรือฟิล์มกันรอยรถยนต์ ตัวเลือกที่อาจกำลังทำให้หลายท่านต้องรู้สึกสับสนที่จะต้องเลือกระหว่างการเคลือบเซรามิก เคลือบแก้ว หรือเลือกที่จะติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แทน เพราะทุกทางเลือกนั้นก็ต่างกำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ในตอนนี้สำหรับทาานที่ต้องการดูแลรักษารถยนต์ของท่าน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องของความสวยงามอีกด้วย แล้วต้องเลือกแบบไหนระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกหรือฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับท่านและตัวรถยนต์ วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

การเลือกระหว่างการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์สะเก็ดหินแบบไหนถึงจะดี หากจะต้องเลือกระหว่าง 2 ตัวเลือกนี้ ก็ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกนั่นก็คือการคำนึงถึงในเรื่องของความเงางาม สองในเรื่องของการปกป้อง และสุดท้ายคือการคำนึงถึงงบประมาณ

เรื่องแรกในเรื่องของความเงางามระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์

โดยถ้าหากคุณเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดงานเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกนั้นจะมีความเรียบเนียนมากกว่าการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์สะเก็ดหิน ถึงแม้ในปัจุบันฟิล์มกันรอยรถยนต์จะสามารถพัฒนาความเรียบเนียนได้มากแล้วหากมองในระยะหนึ่งเมตรขึ้นไปถึงจะดูมีความเงางามอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากมองในระยะที่ใกล้ หรือมองหาตำหนินั้นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ยังไงก็จะยังคงทิ้งร่องรอยจากการติดตั้งเอาไว้เป็นธรรมชาติของการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบใส่ใจรายละเอียด ชอบล้างรถบ่อย ๆ สังเกตุรถยนต์ของคุณอยู่บ่อย ๆ ชอบมองดูรถยนต์ของคุณแบบใกล้ชิด ในแง่ของความเงางามและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือว่างานเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกจะสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าในเรื่องของความสวยงาม


เรื่องต่อมาเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดีในเรื่องของการปกป้อง

การเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกนั้นสามารถที่จะปกป้องมลภาวะได้ดีพอสมควร รวมถึงการบริการหลังการขายสำหรับร้านที่มีประกันชิ้นงานให้ในเรื่องของมลภาวะและการปกป้องได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากมองในเรื่องของการที่ได้รับการปะทะ หรือกระแทกหนัก ๆ ไม่ว่าจะจากโลหะหรือกิ่งไม้หรือสำหรับคนที่จอดรถไม่เก่ง อาจจะต้องระมัดระวัง เน้นในเรื่องของการปกป้อง การติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ก็สามารถป้องกันได้ดีกว่า ดังนั้นเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ถ้ามองในเรื่องของการปกป้องแล้วฟิล์มกันรอยรถยนต์สามารถปกป้องได้ครอบคลุมกว่า

สุดท้ายในเรื่องของงบประมาณระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดีในแง่ของงบประมาณ

การติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์โดยเฉพาะเกรดที่สูง คุณภาพที่ดีนั้นจะมีค่าบริการการติดตั้งที่แพงกว่าการเคลือบเซรามิก ดังนั้นถ้าหากตั้งงบประมาณไว้ไม่สูงมากแล้วต้องเลือกการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่คุณภาพไม่สูงตามงบ แต่มีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมาะกับฟิล์มกันรอยประเภทนั้นก็จะส่งผลให้มีระยะการใช้งานไม่ยาวนาน ดังนั้นระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดี ก็จะมีทางเลือกอื่นนั่นเอง เช่นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ไม่จำเป็นที่จะต้องติดทั้งคัน คุณสามารถเลือกติดเฉพาะจุดได้ เราสามารถเลือกติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ต้องรับแรงกระแทกหนักๆได้ โดยเฉพาะโปรแกรมที่เป็นที่นิยมกันในขณะนี้

เรียกว่า Set A คือการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามแนวปะทะเช่นกันชนหน้า ไฟหน้า หน้ากระจังรถ หรือถ้าต้องออกต่างจังหวัดบ่อยก็สามารถเลือกเป็น Set B ก็คือการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามกันชน ฝากระโปรงรถ เป็นต้น และพื้นที่ส่วนอื่นก็สามารถเลือกปกป้องด้วยการเคลือบเซรามิกได้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการทั้งความเงางาม และยังคงต้องการปกป้อง


สรุปดังนี้ว่าระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดี อาจจะต้องมาดูในเรื่องของงบประมาณ สองเรื่องของการใช้งาน และสามความต้องการในเรื่องของความเงางามนั่นเอง

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนที่จะสามารถตอบโจทย์ทั้งในการปกป้อง ความเงางาม อีกทั้งยังเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าของคุณ !

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี คำถามที่ท่านกำลังสงสัยอยู่ หลายคนอาจจะทราบกันอยู่แล้วว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นมีอยู่สามแบบ ได้แก่ PVC , TPU และ TPH นั่นเอง ซึ่งทั้งสามแบบก็จะมีคุณภาพและราคาที่แตกต่างกันไป แล้วฟิล์มชนิดไหนที่จะดีกับรถยนต์และงบของคุณได้ดีที่สุด มาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PVC นั้นหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเจ้าฟิล์มกันรอยรถยนต์ตัวนี้ดีถ้าหากต้องมาตัดสินใจว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี เนื่องจากมันอยู่ในวงการฟิล์มกันรอยรถยนต์มาเนิ่นนานและเป็นที่รู้จัก แต่หากมามองในปัจจุบันที่มีฟิล์มกันรอยรถยนต์หลากหลายเกรด หลากหลายคุณภาพให้เลือกมากขึ้น ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PVC ก็ถือว่าเอาท์เทรนด์และไม่เป็นที่นิยมกันมากแล้ว สาเหตุนั้นมาจากความยืดหยุ่นที่มีค่อนข้างต่ำอีกทั้งมีระยะการใช้งานที่น้อย และเมื่อใช้ฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภทนี้ไปเป็นเวลานานคุณก็จะพบว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์ PVC จะมีปัญหากับการลอกออก จากการที่มันเสื่อมสภาพการใช้งานเร็วทำให้ตัวเนื้อฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นเข้าไปฝังอยู่กับสีรถยนต์ของคุณ ส่งผลให้สีรถยนต์นั้นเกิดปัญหา ดังนั้นถ้าต้องเลือกว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี จากปัญหาที่เกิดขึ้นคุณก็จะสามารถตัดตัวฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท PVC ออกไปจากตัวเลือกได้ง่าย

ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ?

เรามามองกันที่ฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPU และฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPH หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่านอกจากฟิล์มกันรอยรถยนต์จะมีหลากหายแบบ แต่ฟิล์มกันรอยรถยนต์แต่ละแบบนั้นทั้ง TPU และ TPH ก็จะมีหลายเกรดแตกต่างกันไปอีก ซึ่งฟิล์มกันรอยรถยนต์เหล่านี้นั้นมีวิธีต่าง ๆ มากมายในการที่จะทดสอบคุณสมบัติและคุณภาพว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดีที่จะเหมาะสมกับคุณ

หลายคนอาจจะศึกษาคุณสมบัติเหล่านี้ของฟิล์มกันรอยรถยนต์มาแล้วเบื้องต้นว่าจะเลือกฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความหนา ความใสสะอาด แต่นอกจากคุณสมบัติภายนอกแล้วนั้น ฟิล์มกันรอยรถยนต์จะมีวิธีทดสอบอื่น ๆ อีกที่ตะมาช่วยตัดสินว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทนทานต่อมลภาวะของฟิล์มกันรอยรถยนต์ ความเงางามหลังจากติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ ระบบ Self repair หรือระบบการฟื้นฟูสภาพตัวเองของฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPU และฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPHแต่ละเกรดก็จะมีความแตกต่างกัน มีความยืดหยุ่นที่ต่างกัน ความทั่วถึงของกาวบนเนื้อฟิล์มกันรอยรถยนต์ ความสวยงามหลังจากติดตั้ง

อีกทั้งความบริสุทธิ์ของพลาสติกไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPU และฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPH แต่ละเกรดก็จะมีค่าความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันมากซึ่งจะสามารถมองเห็นค่าความบริสุทธิ์ได้ชัดเจนขึ้นหากต้องนำไปติดตั้งบนรถที่เป็นสีขาว หากฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นมีค่าความบริสุทธิ์ของพลาสติกไม่มากพอก็จะส่งผลให้หลังจากใช้งานกลางแดดเป็นระยะเวลาสักพักจะส่งผลให้ฟิล์มกันรอยรถยนต์กลายเป็นสีเหลือง ดังนั้นฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ถ้าหากจะติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งที จะติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี คุณอาจจะไม่เพียงแค่ต้องเลือกและศึกษาฟิล์มกันรอยรถยนต์แต่ละแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPU และฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPH แต่คุณยังจะต้องเลือกเกรดและคุณภาพของฟิล์มกันรอยรถยนต์อีกด้วยว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี จะเป็นฟิล์มกันรอยประเภทไหน แบบไหน เกรดอะไร ที่จะสามารถครอบคลุมความต้องการของคุณ และมีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งานรถยนต์ของคุณได้มากที่สุด

ฟิล์มกันรอยรถยนต์ มีกี่ประเภท

ฟิล์มกันรอยรถยนต์ มีกี่แบบ

ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่แบบ กี่ประเภท แล้วฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนหรือฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภทไหนที่จะสามารถตอบโจทย์สำหรับรถยนต์ของคุณได้มากที่สุด มาศึกษาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่แบบ ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่ประเภท คำตอบก็คือฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 เกรดที่แต่งต่างกัน แล้วจะมีฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหน ฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภทไหนบ้างที่จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งาน
เรามาเริ่มจากฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบแรก ประเภทแรกนั่นคือฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรด PVC เคยเป็นที่นิยมในอดีต แต่ถ้าหากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรด PVC นั้นไม่เป็นที่นิยมสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่มีมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรดที่ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น จากการทดสอบด้วยการลองยืดฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรด PVC ดูจะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าไม่สามารถยืดหยุ่นได้มาก ส่วนมากต้องใช้ความร้อนช่วยในการให้ยืดหยุ่นแต่นั่นก็จะนำมาซึ่งอีกปัญหานั่นคือการที่ใช้ความร้อนยืดฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรดนี้ออกมาส่งผลให้มันจะไม่สามารถกลับคืนรูปได้ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ไม่นานมาก ไม่สามารถทนทานต่อระยะเวลาได้นาน

จากคำถามที่ว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่แบบ ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่ประเภท แล้วฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนที่มาแทนที่ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PVC ที่ไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจับัน ฟิล์มกันรอยแบบต่อมาที่จะมาทำความรู้จักกันก็คือฟิล์มกันรอยรถยนต์ในแบบที่ 2 จะเป็นฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง เรียกว่าฟิล์มกันรอยรถยนต์เกรด TPU หรือเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน โดยจะมีคุณสมบัติหลักเลยก็คือฟิล์มประเภทนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง ความเหนียว และสามารถคืนรูปได้เร็ว โดยข้อดีของฟิล์มกันรอย TPU นั้นเนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงจึงทำให้สามารถมีอายุการใช้งานที่นานและคงทน


ผ่านไปสำหรับฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PVC และ TPU ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบที่ 3 ที่จะตอบคำถามฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่แบบ ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่ประเภท หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง นั่นก็คือฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่เรียกว่า PU หรือ โพลียูรีเทน สามารถเรียกอีกแบบหนึ่งได้ว่า TPH หรือเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทนไฮบริด ซึ่งเหตุผลที่เรียกว่าไฮบริดนั้นก็เป็นเพราะฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภทนี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานของฟิล์มกันรอยรถยนต์สองแบบเข้าด้วยกันนั่นก็คือฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PVC และฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ TPU เพื่อจุดประสงค์หลักนั่นก็คือต้องการจะทำให้เกิดฟิล์มกันรอยรุยนต์คุณภาพสูงที่สามารถยืดหยุ่นได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีต้นทุนที่ถูกลงเพื่อให้ราคาของฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นไม่สูงโดยข้อดีของมันก็คือได้คุณสมบัติความยืดหยุ่นที่เมาจากฟิล์มกันรอยรถยนต์ประเภท TPU แม้ฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบ PU หรือ TPH นั้นจะไม่สามารถยืดหยุ่นได้มากเท่า TPU แต่เนื่องด้วยมีส่วนผสมของ PVC ก็ทำให้ฟิล์มกันรอยแบบ TPH นั้นจะมีราคาที่ถูก สามารถจับต้องได้ แต่ยังคงคุณภาพที่ดีไว้นั่นเอง ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่แบบ ฟิล์มกันรอยรถยนต์มีกี่ประเภท แล้วฟิล์มกันรอยแบบไหน ฟิล์มกันรอยประเภทไหนที่คุณจะเลือก หลังจากรู้จักฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้ง 3 ประเภทที่เรามาทำความรู้จักกันแล้ง เลือกที่คุณถูกใจได้เลย