Civic FE แรง สปอร์ต ตัวล่าสุด กับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน

Civic FE แรง สปอร์ต ตัวล่าสุด กับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน โดยฟิล์มที่จะนำมาให้ทุกท่านได้ชมการติดตั้งการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ในวันนี้ คือฟิล์มกันรอยรถยนต์ชนิด TPU ฟิล์มกันรอยรถยนต์คุณภาพสูงที่มีความยืดหยุ่นสูง และอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีสำหรับ Civic FE อีกทั้งขั้นตอนการติดตั้งที่เริ่มตั้งแต่การเคลียร์ผิวอย่างเต็มระบบ ทั้งการปรับผิวส้ม และเคลือบเซรามิกระดับพรี่เมี่ยมก่อนการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE มาชมไปพร้อมกันว่าขั้นตอนการเตรียมผิวอย่างเต็มระบบเพื่อเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE ก่อนติดฟิล์มกันรอยรถยนต์จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างมากแค่ไหน จะเงาขึ้นแค่ไหน สวยขึ้นแค่ไหนหลังการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์มาชมไปพร้อมกันกับเจ้า Civie FE!

ก่อนและหลังปรับผิวส้ม

ซึ่งสภาพสีเดิมก่อนจะทำการปรับเคลียร์พื้นผิวเพื่อการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ของเจ้า Civic FE ตัวใหม่นั้นมีพื้นผิวที่ค่อนข้างมีผิวส้มค่อนข้างเยอะและขรุขระ แต่อาจจะน้อยกว่า Civic FC/FK ที่เป็นรุ่นก่อนหน้าซึ่งการที่พื้นผิวรถยนต์เป็นผิวส้มก็จะส่งผลให้สีสันของรถยนต์ค่อนข้างขุ่นหมอง ดูแล้วไม่มีมิติ ดังนั้นจึงต้องมีขั้นตอนการปรับเคลียร์ผิวอย่างเต็มระบบก่อนจะทำการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE ซึ่งการขัดเงา ขัดลบรอยข่วนแมวแบบธรรมดานั้นเทียบกับการขัดผิวส้มจะไม่สามารถส่งผลให้พื้นผิวนั้นดูเงางามมีมิติขึ้นมาได้ Civic FE คันนี้จึงต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่าการปรับผิวส้มก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มเคลือบเซรามิกและติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคัน เพื่อการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับ Civic FE

นอกจากจะดูแลพื้นผิวภายนอก Civic FE ให้เงางาม สวย มีมิติอย่างเต็มระบบแล้วทั้งการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ Civic FE การดูแลภายในก็เช่นกัน เราเริ่มดูแลให้ตั้งแต่การดูแลพลาสติกคอนโซน แผงข้าง เบาะหนัง และตรงกลางที่เป็นผ้าอาคันทาร่าของรถ Civic FE ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็จะได้รับการดูแลเคลือบทุกส่วนให้เป็นอย่างดี และพื้นที่ส่วนของเปียโนแบล็คก็จะได้รับการติดฟิล์มให้เช่นกัน หลังจากขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมารถ Civic FE ที่ผ่านการดูแลภายในอย่างครบครัน การปรับพื้นผิวส้มก่อนติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ และเคลือบเซรามิกก็จะพร้อมแล้วสำหรับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์คุณภาพสูงลงไป ซึ่งจะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนบน Civic FE คันนี้ว่าหลังจากขั้นตอนการปรับเคลียร์พื้นผิวก่อนติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์นั้นจะเงางามขึ้นมาอย่างชัดเจน ขั้นตอนติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ต่อจากนี้สำหรับ Civic FE ก็จะเป็นกระบวนการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่สไตล์ Car Detailing และการใช้เทคนิคการติดตั้งขั้นสูงด้วยระบบ Software ทันสมัยผสมผสานกับการติดตั้งแบบ Freehand ที่ต้องใช้ช่างที่มากด้วยประสบการณ์

และขั้นตอนการดูแลหลังการขายที่คุณจะได้รับ ซึ่งก็จะมีบริการและเซอร์วิสที่แตกต่างกันใน 6 เดือน – 1 ปี ระหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ เช่นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์จะต้องผ่านการเคลียร์มลภาวะออก โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการบำรุงตัวฟิล์มกันรอยรถยนต์โดยตรง เพื่อให้ระบบ Self Healing หรือระบบการรักษาด้วยตัวเองจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนตืนั้นยังคงทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยในขณะที่การดูแลการเคลือบเซรามิกนั้นจะแตกต่างจากการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ การเคลือบเซรามิกจะใช้ความพิถีพิถันในอีกรูปแบบนึง เช่นการขัด เนื่องด้วยหลังจากที่ทำการเคลือบเซรามิกไปแล้วก็อาจจะมีมลภาวะมาปกคลุม หรืออาจจะเกิดรอยข่วนแมวได้ ดังนั้นการดูแลหลังการขายของการเคลือบเซรามิกถ้าจะให้ดีก็คือการเคลียร์ปัญหาเก่าออกทั้งหมดแล้วเคลือบใหม่ เก็บรายละเอียดใหม่อีกครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบงานสาย Detailing ให้รายละเอียด

และการตัดสินใจในการที่จะเลือกทั้งการเคลือบเซรามิกเพื่อนความสวยงามหรือการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์เพื่อปกป้องสีรถยนต์ บางท่านอาจจะสับสนลังเลระหว่างการเลือกการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคันแบบ Civic FE หรือการเคลือบเซรามิก เรามีเทคนิคดี ๆ ในการเลือกมาช่วยการตัดสินใจของคุณ สำหรับท่านใดที่ชอบงานติดตั้งในลักษณะ Detailing หรือใส่ใจในมิติที่มากกว่าในรายละเอียดเล็ก ๆ งานเคลือบเซรามิกก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนท่านใดที่ต้องใช้งานรถยนต์ค่อนข้างบ่อยและหนัก เช่นขับรถระยะไกล เน้นความเร็ว ต้องรับแรงกระทบบ่อย การติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ทั้งคันก็จะสามารถตอบโจทย์ได้ดีมากกว่าเหมือน Civic FE คันนี้เพราะการเคลือบเซรามิกนั้นแม้จะให้รายละเอียดในแง่ของความสวยงามแต่ก็ไม่สามารถทนทานต่อแรงกระแทก แรงลม สะเก็ดินได้มากเท่ากับการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ ดังนั้นหากจะเคลือบเซรามิกแล้ว ก็ควรมองการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามจุดเสี่ยง แนวปะทะ ที่จะต้องเสี่ยงกับการโดนสะเก็ดหินโดยตรง เช่นบริเวณกันชนหน้า หรือฝากระโปรง การติดตั้งแบบผสมผสานก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของท่านได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นการเลือกระหว่างการเคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ก็อาจจะต้องมีปัจจัยในการตัดสินใจมากขึ้นแล้วแต่ว่าท่านชอบงานติดตั้งสไตล์ไหน การเคลือบเซรามิกหรือการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ แบบไหนที่รถยนต์ของท่านต้องใช้งานแบบไหน ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ใช้รถยนต์ค่อนข้างบ่อย ต้องจอดตากแดดค่อนข้างนานหรือไหม ใช้รถสีอะไร โทนทึบหรือสว่าง ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการที่จะตัดสินเลือกการดูแลรถยนต์ที่เหมาะกับท่านโดยเฉพาะ สามารถติดต่อ ปรึกษาเพื่อเลือกสไตล์ และแพ็คเกจที่จะถูกใจและเหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

เคลือบเซรามิก VS ฟิล์มกันรอยรถยนต์?เลือกแบบไหนดี

เคลือบเซรามิก VS ฟิล์มกันรอยรถยนต์?เลือกแบบไหนดี

เคลือบเซรามิก เคลือบแก้ว หรือฟิล์มกันรอยรถยนต์ ตัวเลือกที่อาจกำลังทำให้หลายท่านต้องรู้สึกสับสนที่จะต้องเลือกระหว่างการเคลือบเซรามิก เคลือบแก้ว หรือเลือกที่จะติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แทน เพราะทุกทางเลือกนั้นก็ต่างกำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ในตอนนี้สำหรับทาานที่ต้องการดูแลรักษารถยนต์ของท่าน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องของความสวยงามอีกด้วย แล้วต้องเลือกแบบไหนระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกหรือฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับท่านและตัวรถยนต์ วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

การเลือกระหว่างการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์สะเก็ดหินแบบไหนถึงจะดี หากจะต้องเลือกระหว่าง 2 ตัวเลือกนี้ ก็ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรกนั่นก็คือการคำนึงถึงในเรื่องของความเงางาม สองในเรื่องของการปกป้อง และสุดท้ายคือการคำนึงถึงงบประมาณ

เรื่องแรกในเรื่องของความเงางามระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์

โดยถ้าหากคุณเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดงานเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกนั้นจะมีความเรียบเนียนมากกว่าการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์สะเก็ดหิน ถึงแม้ในปัจุบันฟิล์มกันรอยรถยนต์จะสามารถพัฒนาความเรียบเนียนได้มากแล้วหากมองในระยะหนึ่งเมตรขึ้นไปถึงจะดูมีความเงางามอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากมองในระยะที่ใกล้ หรือมองหาตำหนินั้นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ยังไงก็จะยังคงทิ้งร่องรอยจากการติดตั้งเอาไว้เป็นธรรมชาติของการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบใส่ใจรายละเอียด ชอบล้างรถบ่อย ๆ สังเกตุรถยนต์ของคุณอยู่บ่อย ๆ ชอบมองดูรถยนต์ของคุณแบบใกล้ชิด ในแง่ของความเงางามและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือว่างานเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกจะสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าในเรื่องของความสวยงาม


เรื่องต่อมาเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดีในเรื่องของการปกป้อง

การเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกนั้นสามารถที่จะปกป้องมลภาวะได้ดีพอสมควร รวมถึงการบริการหลังการขายสำหรับร้านที่มีประกันชิ้นงานให้ในเรื่องของมลภาวะและการปกป้องได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากมองในเรื่องของการที่ได้รับการปะทะ หรือกระแทกหนัก ๆ ไม่ว่าจะจากโลหะหรือกิ่งไม้หรือสำหรับคนที่จอดรถไม่เก่ง อาจจะต้องระมัดระวัง เน้นในเรื่องของการปกป้อง การติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ก็สามารถป้องกันได้ดีกว่า ดังนั้นเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนดี ถ้ามองในเรื่องของการปกป้องแล้วฟิล์มกันรอยรถยนต์สามารถปกป้องได้ครอบคลุมกว่า

สุดท้ายในเรื่องของงบประมาณระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดีในแง่ของงบประมาณ

การติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์โดยเฉพาะเกรดที่สูง คุณภาพที่ดีนั้นจะมีค่าบริการการติดตั้งที่แพงกว่าการเคลือบเซรามิก ดังนั้นถ้าหากตั้งงบประมาณไว้ไม่สูงมากแล้วต้องเลือกการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่คุณภาพไม่สูงตามงบ แต่มีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมาะกับฟิล์มกันรอยประเภทนั้นก็จะส่งผลให้มีระยะการใช้งานไม่ยาวนาน ดังนั้นระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดี ก็จะมีทางเลือกอื่นนั่นเอง เช่นการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ไม่จำเป็นที่จะต้องติดทั้งคัน คุณสามารถเลือกติดเฉพาะจุดได้ เราสามารถเลือกติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ต้องรับแรงกระแทกหนักๆได้ โดยเฉพาะโปรแกรมที่เป็นที่นิยมกันในขณะนี้

เรียกว่า Set A คือการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามแนวปะทะเช่นกันชนหน้า ไฟหน้า หน้ากระจังรถ หรือถ้าต้องออกต่างจังหวัดบ่อยก็สามารถเลือกเป็น Set B ก็คือการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์ตามกันชน ฝากระโปรงรถ เป็นต้น และพื้นที่ส่วนอื่นก็สามารถเลือกปกป้องด้วยการเคลือบเซรามิกได้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการทั้งความเงางาม และยังคงต้องการปกป้อง


สรุปดังนี้ว่าระหว่างเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกและการติดฟิล์มกันรอยรถยนต์แบบไหนถึงจะดี อาจจะต้องมาดูในเรื่องของงบประมาณ สองเรื่องของการใช้งาน และสามความต้องการในเรื่องของความเงางามนั่นเอง

วิธีดูแลรถที่ต้องจอดตากแดดกับการเคลือบแก้ว

แสงแดด เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาสีรถซีดจางและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ แต่การใช้งานรถในช่วงเวลากลางวัน ทำให้สีรถของเราต้องเผชิญกับแสงแดดอยู่เสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และบ่อยครั้งที่เราจำเป็นที่จะต้องจอดรถทิ้งเอาไว้กลางแจ้ง ตากแดดอยู่เป็นเวลานานๆ โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีในการป้องกันเอาไว้เพื่อไม่ให้สีรถเสื่อมสภาพจากแสงแดด และหนึ่งในวิธีที่อยากแนะนำก็คือ การทำ เคลือบแก้ว แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าเราควร เคลือบแก้วรถยนต์ ของเราที่ต้องใช้งานตากแดดกลางแจ้งหรือไม่ ลองมาดูวิธีอื่นเปรียบเทียบก่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้นว่าเราควรจะใช้วิธีไหนในการดูแลรถ

 

การจอดรถกลางแดด ไม่มีปัญหาจากแสงแดดเพียงอย่างเดียว

 

หากเป็นไปได้ คงไม่มีใครอยากจะจอดรถทิ้งเอาไว้กลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ เพราะมันส่งผลเสียมากมายหลายอย่างให้กับทั้งรถและตัวผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกร้อนเหมือนต้องเข้าไปนั่งในเตาอบเมื่อกลับไปขึ้นรถใหม่ๆ   หรือปัญหาการเสื่อมสภาพของสีรถ ที่เมื่อจอดไว้กลางแสงแดดนานๆ มันจะมีอาการซีดจางอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยทั่วไปเราเรียกอาการสีซีดจางแบบนี้ว่า “โดนแดดเลีย” ซึ่งสาเหตุของมันเกิดจาก รังสี UV ที่ทำปฏิกิริยากับเม็ดสี ทำให้เม็ดสีเสื่อสภาพ แต่นอกจากปัญหาเรื่องรังสีและความร้อน การจอดรถทิ้งไว้กลางแดด ยังทำให้รถต้องเผชิญกับมลภาวะอื่นๆ  เช่น ฝุ่นผง ที่มากับลม มูลนก ที่มันผ่านมา เขม่าควันในอากาศ และหากว่าช่วงค่ำผ่านการจอดตากน้ำค้าง หรือ โดนฝนตกลงมาใส่ก่อนที่จะมีแดดออก ก็จะเกิดคราบขาว ที่เป็นรวมตัวของสิ่งสกปรกกับหยดน้ำ กลายเป็นคราบสนิมน้ำที่ขจัดออกได้ยาก เพราะมันแห้งเร็วและติดแน่นมากเมื่อโดนแสงแดดอีกด้วย

 

การทำเคลือบแก้วช่วยลดปัญหาเรื่องเหล่านี้ได้

 

แต่ก่อนที่เราจะไปดูประสิทธิภาพของการ เคลือบแก้ว ที่เกิดจากชั้นฟิล์มใสของ น้ำยาเคลือบแก้ว เราลองมาดูวิธีอื่นๆ ที่เราสามารถใช้ป้องกันแสงแดดและปัญหาจากการจอดกลางแจ้งวิธีอื่นๆ กันเสียก่อน

 

วิธีการดูแลรถที่ต้องจอดรถไว้กลางแดดเป็นประจำ

 

  1. เปิดหน้าต่างรถแง้มไว้ การทำแบบนี้ไม่เพียงช่วยให้ภายในรถของเราไม่ร้อนเกินไปเวลากลับขึ้นรถ มันยังช่วยในเรื่องการรักษาสีของรถในส่วนหลังคา ซึ่งหากเราไม่เปิดหน้าต่างแง้มไว้ อุณหภูมิในห้องโดยสารจะสูงมาก ทำให้สีรถในส่วนหลังคาซีดเร็วเพราะถูกความร้อนเล่นงานทั้ง 2 ด้าน พร้อมๆ กัน (แต่ก็ควรระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีอุปกรณ์ระบายความร้อนออกจากรถจำหน่ายเป็นลักษณะพัดลมดูดอากาศ) วิธีนี้ลดระดับการทำลายสีลงได้เล็กน้อยในเรื่องความร้อน แต่กันปัญหาจากรังสี UV ที่ส่งผลต่อเม็ดสีไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าปิดรถสนิทแล้วจอดเอาไว้กลางแสงแดดจ้า
  2. ใช้เต็นท์พับได้กางคลุมรถเอาไว้ อันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องจอดรถกลางแจ้งเป็นประจำ เดี๋ยวนี้มีเต็นท์พับได้ขาย ราคาก็ประมาณ 3000 บาท ขึ้นไป เก็บง่ายกางง่าย แต่การพกพาอาจจะเกะกะนิด และต้องระวังเรื่องลมแรงๆ และการใช้พื้นจอดมากกว่าปกติด้วย
  3. ใช้ผ้าคลุมรถแบบสะท้อนความร้อนและกันน้ำ วิธีนี้ดูเหมือนจะช่วยดูแลสีรถยนต์ได้ดีและไม่เกะกะมากนัก เนื่องจาก ป้องกันแดดไม่ให้โดนสีรถโดยตรงได้ อย่างไรก็ตาม มักมีปัญหาไอน้ำเกิดขึ้นด้านในผ้าคลุม และหากตากแดดไว้ปล่อยให้แห้งเอง ก็เกิดรอยคราบ แถมเสี่ยงต่อสนิม ควรรีบตรวจสอบและทำการเช็ดให้แห้งให้เร็วที่สุดหลังจากฝนหยุด และมีอีกหนึ่งปัญหาที่น่ากลัวนั่นก็คือ การคลุมผ้ามักส่งผลทำให้ระเกิดรอยขีดข่วน ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นได้บ่อยมาก หากว่าไม่ใช้กรณีการคลุมผ้าลงไปบนรถที่พึ่งล้างมาจนสะอาดไม่มีฝุ่นติดเลยทั้งที่ผิวรถและที่ผ้าคลุมที่เรานำมาใช้ ไม่เช่นนั้นการคลุมผ้าไว้ ก็เท่ากับการเอาผ้าไปกดเศษฝุ่นเศษทราย เวลาคลุมลงหรือถอดออกมา ก็จะเป็นการลากเศษฝุ่นผงแข็งๆ ไปมาบนผิวรถ ทำให้เกิดรอยขีดข่วนประเภทรอยขนแมว ดังนั้นต้องมั่นใจในเรื่องความสะอาดของสีรถและผ้าคลุมด้วย

 

นี่เป็น 3 วิธี ที่เราสามารถใช้ในการดูแลรถที่จำเป็นต้องจอดเอาไว้กลางแสงแดด จะเห็นได้ว่ามันก็ยังไม่ได้ป้องกันได้อย่างเต็มที่และนอกจากนี้มันยังอาจจะทำให้มีปัญหาอื่นๆ กับสีรถตามมาได้เช่นกัน

 

การทำเคลือบแก้ว ช่วยดูแลรถที่ต้องจอดกลางแจ้งได้อย่างไร

 

การทำ เคลือบแก้ว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรถที่ต้องจอดทิ้งไว้กลางแจ้งได้ เนื่องจาก น้ำยาเคลือบแก้ว ที่เราเคลือบลงไปบนผิวสีรถช่วยป้องกันไม่ให้สีแท้ของรถต้องโดนแสงแดดโดยตรง และยังมีการเพิ่มการปรับปรุงคุณภาพ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV เข้าไปอีกส่วนหนึ่ง ทำให้การเสื่อมสภาพของสีช้าลง และความแวววาวของ เคลือบแก้ว ยังช่วยสะท้อนเอารังสีจากดวงอาทิตย์ออกไปได้อีกส่วนหนึ่ง จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปกป้องสีรถจากการใช้งานและจอดกลางแดดเป็นประจำ แต่ที่ดีที่สุดก็คือ พยายามหาที่จอดในร่มเป็นที่เป็นทางก็จะดีที่สุด ทั้งสำหรับรถ และตัวเราที่เป็นผู้ใช้งานขับขี่…

 

บทความจาก : Armor TH ผู้พัฒนาและจำหน่าย น้ำยาเคลือบแก้ว อุปกรณ์คาร์แคร์ คุณภาพ

รถเคลือบแก้วล้างง่ายกว่าปกติจริงหรือ

เป็นเรื่องจริงที่ว่า การทำความสะอาดรถยนต์ เป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ด้วยตนเอง และมีคำกล่าวว่า รถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มาแล้ว ยิ่งช่วยให้ล้างได้ง่ายมากยิ่งขึ้นมากกว่ารถปกติที่ยังไม่ผ่านการลง น้ำยาเคลือบแก้ว มา แต่เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่… มันง่ายกว่าอย่างไร และเหตุใดมันจึงเป็นเช่นนั้น… Continue reading รถเคลือบแก้วล้างง่ายกว่าปกติจริงหรือ

ทำไมเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะรถ

ภาพที่เห็นกันบ่อยๆ ในโฆษณาเกี่ยวกับการทำ เคลือบแก้ว ที่คุ้นชินตากันดีมากที่สุดภาพหนึ่งก็น่าจะเป็น ภาพแสดงประสิทธิภาพการป้องกันไม่ให้น้ำมาเกาะที่ผิวรถ ซึ่งอาจจะเป็นภาพนิ่ง หรือ ภาพเคลื่อนไหวก็แล้วแต่สื่อที่เราได้พบเห็น ซึ่งหากได้ชมภาพเคลื่อนไหวจะเห็นได้ว่า น้ำเมื่อไปโดนเข้าที่ผิวของ รถเคลือบแก้ว จะไม่สามารถเกาะติดผิวได้เลย ซึ่งก็มีอยู่ 2 ลักษณะ นั่นก็คือ กลิ้งออกไปเป็นเม็ดกลมๆ หรือไม่ก็ อาบไล้แนบติดไปกับผิวรถแล้วเคลื่อนหายไปโดยแทบไม่ทิ้งรอยหยดน้ำเอาไว้บนผิวของรถเลย นับเป็นเรื่องที่สร้างความสนใจให้กับผู้ได้ชมเป็นอย่างมาก แต่ทราบหรือไม่ว่าเหตุใด เมื่อ เคลือบแก้ว แล้วน้ำจึงไม่สามารถเกาะติดผิวรถได้…. Continue reading ทำไมเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะรถ