ฝนสลับแดดอันตรายต่อสีรถมาก ถ้ายังไม่ได้ทำเคลือบแก้ว

สภาพอากาศเมืองไทย นานวันเข้าชักเป็นเรื่องไม่แน่ไม่นอน บางวันมีสภาพอากาศครบสามฤดูในวันเดียวก็มี คือ ช่วงเช้าอากาศเย็นจนมีหมอก แต่สายถึงบ่ายแดดจัด ร้อนจนแสบผิว พอเย็น-ค่ำกลับมีฝนตกลงมา… สภาพอากาศแบบนี้ใครไม่แข็งแรงพอมีหวังป่วยไข้ไปตามๆ กัน เพราะไม่สามารถปรับตัวตามอากาศไหว… แต่นอกจากคนเราแล้ว เรื่องของสีรถเองก็น่ากังวลเช่นกัน โดยเฉพาะรถที่ยังไม่ได้ผ่านการทำ เคลือบแก้ว ไม่มีชั้นฟิล์มแข็งที่เกิดจาก น้ำยาเคลือบแก้ว ที่ผิวปกป้องสภาพสีผิวเอาไว้…

 

สิ่งที่เกิดขึ้นจากสภาพฝนสลับแดดในรถที่ยังไม่ได้เคลือบแก้ว

 

  1. มีคราบสกปรกเกาะจับรถมากขึ้น เรื่องนี้เริ่มจากความชื้นที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากฝนหรือ น้ำค้าง ที่จะเสริมการยึดเกาะของสิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผง โคลน หรือ เขม่ามลภาวะในอากาศให้เข้ามาจับเกาะผิวรถได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะมีความชื้นเป็นตัวประสานและเพิ่มการยึดเกาะ รวมไปถึงโคลนและสิ่งสกปรกที่ต่างๆ ที่อยู่บนถนน สามารถกระเซ็นขึ้นมาทำให้รถเปรอะเปื้อนได้เพิ่มมากขึ้น และสิ่งเหล่านี้จะแห้งแข็งอย่างรวดเร็วเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อมีแสงแดดตามมา แน่นอนว่ามันจะเกิดซ้ำๆ หากเจ้าของรถชะล่าใจไม่รีบทำความสะอาด คราบสกปรกเหล่านี้จะพอกพูนกลายเป็นคราบหนาขึ้นเรื่อยๆ ในสภาวะอากาศลักษณะนี้
  2. เกิดคราบสกปรกที่ล้างออกได้ยากจำนวนมาก เรื่องนี้เกิดจากความชื้นอีกเช่นกัน เมื่อใดก็ตามที่เกิดหยดน้ำเกาะที่ผิวรถ และแห้งด้วยตัวมันเอง จะเกิดคราบขาวขุ่นๆ ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “สนิมน้ำ” และมันจะยิ่งเกิดเร็วมากขึ้นหากสภาวะอากาศแปรปรวน เพราะมีหยดน้ำสลับกับแดด และยังผนวกปัญหาหนักขึ้นด้วยฝุ่นผงคราบสกปรกต่างๆ ที่จับผิวรถมากยิ่งขึ้นในข้อ 1 สิ่งสกปรกบางส่วนจะละลายออกมาและเกาะติดที่ผิวสีของรถที่ไม่ผ่านการ เคลือบแก้ว ได้อย่างดาย กลายเป็นคราบหนาสะสม และทำความสะอาดได้ยาก การจะขจัดมันออกไปให้หมด ในรถที่ยังไม่ได้ เคลือบแก้ว อาจจะต้องถึงขั้นใช้วิธีขัดสีรถด้วยเครื่องขัดและครีมขัดชนิดเฉพาะเลยทีเดียว
  3. เสี่ยงต่อการเกิดการผุกร่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นได้กับรถของเราในช่วงที่อากาศมีความไม่แน่นอนเช่นนี้ มาจากการที่ผิวสีของรถเจอสภาพการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วบ่อยครั้ง การยืดหดของวัสดุเกิดขึ้นตามสภาพอุณหภูมิ ทำให้การยึดเกาะของผิวสีกับตัวถังเกิดรอยแยกได้ง่ายยิ่งขึ้น หากว่ามีความชื้นเข้าไป และมีสิ่งสกปรกเกาะหนาคลุมเอาไว้อีกชั้น ปัญหาเรื่องการผุกร่อนและเกิดสนิมเกิดขึ้นได้ง่ายแน่นอน

 

 

ปัญหาเหล่านี้เกิดได้ง่ายในรถที่ยังไม่มีการทำ เคลือบแก้ว ปกป้องผิวสีรถเอาไว้ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามันส่งผลทั้งในเรื่องของความสวยงาม การทำความสะอาดที่ยาก และส่งผลต่อสภาพก่อให้เกิดความเสียหายของรถ การลง น้ำยาเคลือบแก้ว ที่ผิวรถเป็นวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง เนื่องจากมันช่วยให้สิ่งสกปรกเกาะจับผิวรถได้ยาก ทำความสะอาดง่าย ทำให้รถดูเงางาม ทำความสะอาดง่าย ในเวลาเดียวกันก็ช่วยป้องกันการเกิดรอยขูดขีดที่จะพัฒนาไปเป็นจุดอ่อนที่ทำให้รถเกิดสนิทได้อีกด้วย มันจึงเป็นวิธีป้องกันและรักษาสภาพรถที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้

 

 

อย่างไรก็ตาม ในการจะทำ เคลือบแก้ว เราจะต้องเลือกผู้ให้บริการให้ดีเสียก่อน เพราะสิ่งที่จะทำให้ประสิทธิภาพของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่ลงไปสมบูรณ์ ก็คือ การเตรียมพื้นผิวที่มีประสิทธิภาพ และการเลือกใช้วิธีในการลงน้ำยาของผู้ที่มีความชำนาญ ดังนั้นแม้ว่าการ เคลือบแก้ว จะเป็นวิธีป้องกันรถที่ดีมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่เราก็ต้องเลือกผู้ให้บริการที่ดีด้วยก่อนตัดสินใจรับบริการ…

 

บทความจาก : Armor TH ผู้พัฒนาและจำหน่าย น้ำยาเคลือบแก้ว อุปกรณ์คาร์แคร์ คุณภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s